คู่มือการเก็บรักษาเอกสาร

ควรเก็บเอกสารภาษีนานแค่ไหนจึงจะเพียงพอ?

เอกสารธุรกิจที่ควรเก็บรักษา :
เก็บ 1 ปี
เก็บ 3 ปี
เก็บ 6 ปี
เก็บถาวร

เอกสารส่วนบุคคลที่ควรเก็บรักษา :
เก็บ 1 ปี
เก็บ 3 ปี
เก็บ 6 ปี
เก็บถาวร

กรณีพิเศษ

การจัดทำชุดเอกสารสำรอง เช่น รายการเดินบัญชีธนาคาร แบบแสดงรายการภาษี กรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารทางการเงินอื่น ๆ ทำได้ง่ายกว่าที่เคย เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินจำนวนมากให้บริการเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลทางการเงินส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ทางอินเทอร์เน็ต

แม้เอกสารต้นฉบับจะอยู่ในรูปแบบกระดาษ ก็สามารถสแกนและแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัลได้ เมื่อจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว คุณสามารถบันทึกไฟล์ลงในอุปกรณ์สำรองข้อมูล เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก หรือบันทึกลงแผ่น CD/DVD (อย่าลืมติดฉลากกำกับให้ชัดเจน)

อีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้ระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ (Online Backup) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ เนื่องจากไฟล์จะถูกจัดเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลที่อยู่ต่างภูมิภาค หากเกิดพายุเฮอริเคนหรือภัยธรรมชาติอื่น ๆ เอกสารของคุณจะยังคงปลอดภัย

ข้อควรระวัง: การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล (Identity Theft) เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงในปัจจุบัน จึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่

เมื่อเอกสารภาษี งบการเงิน หรือเอกสารใด ๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นต้องเก็บรักษาแล้ว ควรทำลายเอกสารด้วยเครื่องทำลายเอกสาร (Shredder) แทนการทิ้งลงถังขยะโดยตรง เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม

เอกสารธุรกิจที่ควรเก็บรักษา 1 ปี
จดหมายโต้ตอบกับลูกค้าและผู้จำหน่าย (Vendors)

  • ใบฝากเงินสำเนา
  • ใบสั่งซื้อ (ยกเว้นสำเนาที่เก็บไว้โดยฝ่ายจัดซื้อ)
  • ใบรับสินค้า (Receiving Sheets)
  • ใบขอเบิกหรือใบคำขอภายใน (Requisitions)
  • สมุดบันทึกของเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล/เลขานุการ
  • แบบฟอร์มเบิกสินค้าจากคลัง (Stockroom Withdrawal Forms)

เอกสารธุรกิจที่ควรเก็บรักษา 3 ปี

  • ประวัติพนักงาน (หลังสิ้นสุดการจ้างงาน)
  • ใบสมัครงาน
  • กรมธรรม์ประกันภัยที่หมดอายุแล้ว
  • จดหมายโต้ตอบทั่วไป
  • รายงานการตรวจสอบภายใน (Internal Audit Reports)
  • รายงานภายในองค์กร
  • ใบสำคัญเงินสดย่อย (Petty Cash Vouchers)
  • ป้ายหรือแท็กตรวจนับสินค้าคงคลัง (Physical Inventory Tags)
  • บันทึกการลงทะเบียนพันธบัตรออมทรัพย์ของพนักงาน
  • บัตรลงเวลาของพนักงานรายชั่วโมง (Time Cards)

เอกสารธุรกิจที่ควรเก็บรักษา 6* ปี

  • รายงานอุบัติเหตุและการเรียกร้องค่าสินไหม (Accident Reports, Claims)
  • สมุดบัญชีเจ้าหนี้และตารางประกอบ (Accounts Payable Ledgers and Schedules)
  • สมุดบัญชีลูกหนี้และตารางประกอบ (Accounts Receivable Ledgers and Schedules)
  • รายการเดินบัญชีธนาคารและรายงานกระทบยอด (Bank Statements and Reconciliations)
  • เช็คที่ยกเลิกแล้ว (Cancelled Checks)
  • ใบหุ้นและพันธบัตรที่ยกเลิกแล้ว (Cancelled Stock and Bond Certificates)
  • บันทึกภาษีการจ้างงาน (Employment Tax Records)
  • รายงานวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายและการกระจายค่าใช้จ่าย (Expense Analysis and Distribution Schedules)
  • สัญญาและสัญญาเช่าที่หมดอายุแล้ว (Expired Contracts, Leases)
  • บันทึกสิทธิเลือกซื้อ (Options) ที่หมดอายุแล้ว
  • รายการสินค้าคงคลัง วัสดุ และอุปกรณ์ (Inventories of Products, Materials, Supplies)
  • ใบแจ้งหนี้ที่ออกให้ลูกค้า (Invoices to Customers)
  • สมุดบัญชีตั๋วเงินรับและตารางประกอบ (Notes Receivable Ledgers, Schedules)
  • บันทึกและสรุปเงินเดือน รวมถึงการจ่ายเงินให้ผู้รับบำนาญ (Payroll Records and Summaries)
  • สมุดต้นทุนทรัพย์สิน (Plant Cost Ledgers)
  • สำเนาใบสั่งซื้อของฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Department Copies of Purchase Orders)
  • บันทึกการขาย (Sales Records)
  • สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary Ledgers)
  • สมุดบันทึกเวลา (Time Books)
  • บันทึกค่าเดินทางและค่าเลี้ยงรับรอง (Travel and Entertainment Records)
  • ใบสำคัญจ่ายให้ผู้ขาย พนักงาน และบุคคลอื่น ๆ (Payment Vouchers)
  • ทะเบียนใบสำคัญจ่ายและตารางประกอบ (Voucher Register, Schedules)

* เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการหักหนี้สูญ หรือการขาดทุนจากหลักทรัพย์ที่ไร้มูลค่า ควรเก็บรักษาไว้ 7 ปี

เอกสารธุรกิจที่ควรเก็บรักษาไว้ตลอดไป

แม้แนวทางของรัฐบาลกลางจะไม่ได้กำหนดให้ต้องเก็บเอกสารภาษี “ตลอดไป” แต่ในหลายกรณีมีเหตุผลสำคัญอื่น ๆ ที่ควรเก็บรักษาเอกสารเหล่านี้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา

  • รายงานการตรวจสอบบัญชีจาก CPA/นักบัญชี
  • เช็คที่ยกเลิกแล้วสำหรับการชำระเงินที่สำคัญ (โดยเฉพาะการชำระภาษี)
  • สมุดเงินสด และผังบัญชี (Chart of Accounts)
  • สัญญาและสัญญาเช่าที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่
  • เอกสารจัดตั้งบริษัท (หนังสือรับรองการจัดตั้ง ข้อบังคับบริษัท ฯลฯ)
  • เอกสารยืนยันการเพิ่มทรัพย์สินถาวร
  • โฉนดที่ดิน
  • ตารางค่าเสื่อมราคา
  • งบการเงินสิ้นปี
  • สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปและบัญชีส่วนตัว พร้อมงบทดลองสิ้นปี
  • บันทึกประกันภัย รายงานอุบัติเหตุปัจจุบัน และการเรียกร้องค่าสินไหม
  • เอกสารยืนยันการซื้อขายการลงทุน (Investment Trade Confirmations)
  • รายงานจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ IRS
  • สมุดรายวัน (Journals)
  • เอกสารทางกฎหมาย จดหมายโต้ตอบ และเรื่องสำคัญอื่น ๆ
  • รายงานการประชุมคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น (Minute Books)
  • สัญญาจำนอง และสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน
  • รายงานประเมินมูลค่าทรัพย์สินจากผู้ประเมินภายนอก
  • บันทึกทรัพย์สิน
  • บันทึกเงินเกษียณและบำนาญ
  • แบบแสดงรายการภาษีและเอกสารประกอบ
  • เอกสารจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร

เอกสารส่วนบุคคลที่ควรเก็บรักษา 1 ปี

  • รายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statements)
  • สลิปเงินเดือน (ควรตรวจสอบและกระทบยอดกับแบบฟอร์ม W-2)
  • เช็คที่ยกเลิกแล้ว (Canceled Checks)
  • รายงานกองทุนรวมและเงินสมทบกองทุนเกษียณรายเดือน/รายไตรมาส (ควรตรวจสอบกับรายงานสิ้นปี)

เอกสารส่วนบุคคลที่ควรเก็บรักษา 3 ปี

  • ใบแจ้งยอดบัตรเครดิต
  • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (กรณีมีข้อพิพาทกับบริษัทประกัน)
  • บิลค่าสาธารณูปโภค (Utility Records)
  • กรมธรรม์ประกันภัยที่หมดอายุแล้ว

เอกสารส่วนบุคคลที่ควรเก็บรักษา 6* ปี

  • เอกสารประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษี
  • รายงานอุบัติเหตุและการเรียกร้องค่าสินไหม
  • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ในกรณีใช้เป็นหลักฐานทางภาษี)
  • เอกสารทรัพย์สิน / ใบเสร็จปรับปรุงทรัพย์สิน
  • ใบเสร็จการขาย
  • เอกสารการอายัดหรือหักเงินเดือน (Wage Garnishments)
  • บิลหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษี

*เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการหักหนี้สูญ หรือการขาดทุนจากหลักทรัพย์ที่ไร้มูลค่า ควรเก็บรักษาไว้ 7 ปี

เอกสารส่วนบุคคลที่ควรเก็บรักษาไว้ตลอดไป

  • รายงานการตรวจสอบจาก CPA
  • เอกสารทางกฎหมาย
  • จดหมายหรือเอกสารสำคัญ
  • แบบแสดงรายการภาษีเงินได้
  • เช็คหรือหลักฐานการชำระภาษี
  • เอกสารยืนยันการซื้อขายการลงทุน
  • บันทึกเงินเกษียณและเงินบำนาญ

กรณีพิเศษ

  • เอกสารรถยนต์ (เก็บไว้จนกว่าจะขายรถ)
  • ใบเสร็จบัตรเครดิต (เก็บคู่กับใบแจ้งยอดบัตรเครดิต)
  • กรมธรรม์ประกันภัย (เก็บตลอดอายุกรมธรรม์)
  • สัญญาจำนอง / โฉนด / สัญญาเช่า (เก็บต่ออีก 6 ปีหลังสิ้นสุดสัญญา)
  • สลิปเงินเดือน (เก็บจนกว่าจะกระทบยอดกับแบบฟอร์ม W-2 เรียบร้อย)
  • เอกสารทรัพย์สิน / ใบเสร็จปรับปรุงทรัพย์สิน (เก็บจนกว่าจะขายทรัพย์สิน)
  • ใบเสร็จการขายสินค้า (เก็บตลอดอายุการรับประกันสินค้า)
  • เอกสารหุ้นและพันธบัตร (เก็บต่ออีก 6 ปีหลังการขาย)
  • ใบรับประกันและคู่มือสินค้า (เก็บตลอดอายุการใช้งานสินค้า)
  • บิลอื่น ๆ (เก็บจนกว่าจะตรวจสอบการชำระเงินในรอบบิลถัดไป)
  • ตารางค่าเสื่อมราคาและเอกสารทรัพย์สินถาวร (เก็บ 3 ปีหลังสิ้นสุดอายุภาษีของสินทรัพย์)
ไซต์นี้ลงทะเบียนกับ wpml.org ในฐานะไซต์พัฒนา สลับไปยังไซต์การผลิตโดยใช้รหัส remove this banner.